Skip to content
  • Movie
  • ข่าวดัง
  • วงการหนังผู้ใหญ่
  • วาไรตี้
  • เรื่องเล่า

world briefs

  • Movie
  • ข่าวดัง
  • วงการหนังผู้ใหญ่
  • วาไรตี้
  • เรื่องเล่า
  • Toggle search form

หนัง Inspector Zende (2025) สารวัตรซ่าปะทะทรชน

Posted on 1 ตุลาคม 20251 ตุลาคม 2025 By meme ไม่มีความเห็น บน หนัง Inspector Zende (2025) สารวัตรซ่าปะทะทรชน

รีวิวและวิจารณ์ภาพยนตร์: Inspector Zende (2025)

คะแนน IMDb (อ้างอิงจาก User Ratings ในช่วงเปิดตัว): ประมาณ 3.9/5 (จากการจัดอันดับของผู้ใช้ในเว็บไซต์หนึ่ง) หรือ 6/10 (โดยประมาณ)

ประเภท: อาชญากรรม (Crime), ตลก (Comedy), ระทึกขวัญ (Thriller) ผู้กำกับและผู้เขียนบท: Chinmay Mandlekar นักแสดงนำ: Manoj Bajpayee (รับบท Inspector Madhukar Zende), Jim Sarbh (รับบท Carl Bhojraj) ประเทศ: อินเดีย (ภาษาฮินดี) ช่องทางฉาย: Netflix (ฉายเมื่อ 5 กันยายน 2025) ความยาว: 112 นาที

 

เรื่องย่อโดยละเอียด (Synopsis)

Inspector Zende เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์จริง โดยอิงจากเรื่องราวของ สารวัตร Madhukar Zende นายตำรวจแห่งเมืองมุมไบในชีวิตจริง ผู้โด่งดังจากการจับกุมฆาตกรต่อเนื่องฉายา “The Serpent” หรือ Charles Sobhraj ได้ถึงสองครั้ง โดยภาพยนตร์ได้เปลี่ยนชื่อฆาตกรเป็น คาร์ล โภชราช (Carl Bhojraj) เพื่อเล่าเรื่องราวในรูปแบบใหม่

จุดเริ่มต้นของภารกิจ:

เรื่องราวถูกกำหนดให้เกิดขึ้นในยุค 70s และ 80s โดยเริ่มต้นขึ้นในปี 1986 เมื่อ คาร์ล โภชราช ฆาตกรอัจฉริยะที่ใช้เสน่ห์ในการล่อลวงเหยื่อและหนีออกจากคุกมาแล้วหลายครั้ง ได้ก่อเหตุแหกคุก Tihar Jail ในกรุงเดลีได้สำเร็จ ด้วยการวางยาคนคุกและผู้คุมด้วยขนมหวานที่เขาทำขึ้นเองเพื่อฉลองวันเกิดปลอม

การไล่ล่าครั้งที่สอง:

เมื่อข่าวการแหกคุกแพร่กระจาย สารวัตรมาธุการ เซนเด (Inspector Madhukar Zende) (รับบทโดย Manoj Bajpayee) คือนายตำรวจเพียงคนเดียวที่ไม่แปลกใจ เพราะเขาเคยเป็นผู้จับกุมคาร์ลได้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 15 ปีก่อน เซนเดเชื่อว่าเขารู้จักวิธีการคิดและการเคลื่อนไหวของคาร์ลดีที่สุด เขาจึงจัดตั้งทีมไล่ล่าที่ไม่ค่อยเข้าท่าเพื่อตามจับฆาตกรที่หลบหนีไปตามถนนที่มีชีวิตชีวาของ มุมไบ และมุ่งหน้าสู่ กัว (Goa) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่คาร์ลวางแผนใช้เป็นจุดหลบหนีออกนอกประเทศอีกครั้ง

ปมหลัก:

ภารกิจนี้ไม่ได้ง่ายสำหรับเซนเด เพราะเขาไม่ใช่ตำรวจหนุ่มที่ว่องไวเหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งยังมีภรรยาและครอบครัวที่ต้องเป็นห่วง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและมาตรฐานทางศีลธรรมที่สูงส่ง เซนเดจึงยืนยันว่าเขาต้องจับกุมคาร์ลอีกครั้งให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความอยุติธรรมต่อเหยื่อผู้บริสุทธิ์

 

บทวิจารณ์และสปอยล์ (Review and Spoilers)

 

บทวิจารณ์:

Inspector Zende นำเสนอการไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังในโทนที่ไม่คาดคิด คือ ตลกปนระทึกขวัญ (Serio-Comic) ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องราวของ Charles Sobhraj ในเวอร์ชันอื่น ๆ (เช่น The Serpent หรือ Black Warrant)

  • จุดแข็ง:
    • Manoj Bajpayee ผู้แบกหนัง: ทุกคำวิจารณ์ต่างยกย่องการแสดงของ Manoj Bajpayee ที่รับบทเป็นสารวัตร Zende ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสวมบทบาทนายตำรวจชนชั้นกลางที่ซื่อสัตย์ มีไหวพริบ และอารมณ์ขันได้อย่างเป็นธรรมชาติ การแสดงของเขาทำให้ตัวละครมีความน่าเชื่อถือและเข้าถึงได้ง่าย แม้บทหนังจะอ่อนลงในบางช่วง
    • เคมีในทีม: ฉากตลกขบขันและปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารวัตร Zende กับลูกทีม โดยเฉพาะ Patil (รับบทโดย Bhalchandra Kadam) มอบความบันเทิงและเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างดี ทำให้การไล่ล่าไม่เคร่งเครียดจนเกินไป
    • Jim Sarbh ที่มีเสน่ห์: Jim Sarbh ในบท Carl Bhojraj แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์และบุคลิกที่ดูดีมีระดับของฆาตกรได้อย่างน่าสนใจ แต่บทบาทของเขาถูกเขียนขึ้นมาให้ดู แบนราบ และไม่ลุ่มลึกเท่าที่ควร เพราะภาพยนตร์เลือกที่จะเน้นไปที่มุมมองของตำรวจมากกว่า
  • จุดอ่อน:
    • การเดินเรื่องที่ยืดเยื้อ: นักวิจารณ์หลายคนมองว่าจังหวะของหนัง ช้าและยืดเยื้อ ในช่วงกลาง ทำให้ความตื่นเต้นของการไล่ล่าลดลง และรู้สึกว่าหนังยาวกว่าที่ควรจะเป็น (112 นาที)
    • โทนตลกที่ไม่เข้าที่: ความพยายามที่จะผสมผสานความตลกขบขันเข้ากับอาชญากรรมร้ายแรงบางครั้งก็ ล้มเหลว ทำให้ประเด็นความจริงจังของคดีฆาตกรรมถูกบั่นทอนลงไป
    • ขาดความเข้มข้นในพล็อต: พล็อตเรื่องเน้นไปที่การไล่ล่าอย่างต่อเนื่องและ ค่อนข้างคาดเดาได้ ทำให้ขาดแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังตามแบบฉบับหนังอาชญากรรม

สปอยล์สำคัญ (Spoilers):

  1. จุดสิ้นสุดของการไล่ล่า: ภารกิจการไล่ล่าที่ยาวนานข้ามมุมไบไปยังกัว ประสบความสำเร็จ ในที่สุด สารวัตร Zende และทีมของเขาสามารถจับกุม Carl Bhojraj ได้ที่ภัตตาคารในกัว ซึ่งเป็นสถานที่จริงที่ Madhukar Zende จับกุม Charles Sobhraj ได้ในปี 1986
  2. วิธีการจับกุม: เซนเดใช้ ไหวพริบและความเจ้าเล่ห์ ตามแบบฉบับของเขาในการวางแผนจับกุมคาร์ล ซึ่งแตกต่างจากการใช้กำลัง โดยในตอนจบเขาต้องพาคาร์ลเดินทางกลับไปยังมุมไบด้วยรถไฟ และมีฉากตลกที่ต้องให้ตำรวจสองนายจับตัวคาร์ลเอาไว้ไม่ให้หนีอีก
  3. บทสรุป: ภาพยนตร์จบลงด้วยความสำเร็จของสารวัตร Zende ที่สามารถจับกุมฆาตกรต่อเนื่องที่อินเตอร์โพลยังตามจับไม่ได้ซ้ำสองครั้ง ตอกย้ำถึงความสำคัญของ ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ที่ไม่ใช่ฮีโร่เหนือมนุษย์ แต่เป็นเพียงคนทำงานผู้มีความมุ่งมั่น.

ตัวอย่างหนัง

 

Movie Tags:หนัง Netflix

แนะแนวเรื่อง

Previous Post: หนัง Highest 2 Lowest (2025)
Next Post: เจาะลึก “เอวี” กับ “หนังโป๊” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? เปิดโลกวงการหนังผู้ใหญ่ที่หลายคนเข้าใจผิด

Related Posts

โสมขาวไม่ยอมแพ้! หนังเกาหลีปี 2025 กลับมาทวงบัลลังก์เอเชีย กระแสแรงสู้หนังจีนแบบสูสี Movie
My Demon ปีศาจสายคลั่งรัก ซีรีส์เกาหลีโรแมนซ์–แฟนตาซีแรงสุดฉุดไม่อยู่ ที่สายซีรีส์ต้องรีบดูให้ได้สักครั้ง Movie
Blood Free (2024) ซีรีส์ไซไฟ–ทริลเลอร์สุดล้ำ กระแสแรงไม่ตก ดูทั่วโลก ทำเงินถล่มทลาย และลงตัวที่สุดแห่งปี Movie
Remember ความทรงจำที่ไม่ยอมเงียบ หนังเกาหลีคุณภาพที่ครองใจคนทั่วโลกและคนไทย กระแสดังต่อเนื่องไม่หยุดปาก Movie
Teenage Mutant Ninja Turtles: Mutant Mayhem หนังมันส์ระดับโลก กระแสแรงต่อเนื่อง คนไทยแห่ชมจนบอกต่อไม่หยุด Movie
Don’t Look Up กระแสหนังมาแรงโคตร ดูทั่วโลก ไทยก็ฮิตไม่มีตก หนังเสียดสีที่ทำเงินถล่มทลายและเขย่าโลกทั้งใบ Movie

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright © 2026 world briefs.

Powered by PressBook Grid Dark theme